โยมอย่าห่วง...ไว้ใจ “หลวงพ่อ”คุมวัดธรรมกายเอง...เหมือนพ่อแผ่อ้อมอกปกป้องลูกพระลูกเณรที่กำลังอกสั่นขวัญแขวน แม้จะไม่ถูกใจคนทั้งหลาย แต่ก็ถูกธรรมของผู้ปกครอง

ที่มาภาพ: http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/747376

     จากมีกระแสรัฐดัน 'คนนอก' นั่งเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายมาแรง แม้ 'พระทัตชีโว' ผู้บุกเบิกวัดจะรักษาการเจ้าอาวาสอยู่ ล่าสุด ผอ.สำนักพุทธยอมรับว่าทำหนังสือถึง 'เจ้าคณะจังหวัด' และเข้าพบบ่ายนี้เพื่อหารือแล้ว จับตาแนวทางดันคนนอกคุมวัดเหมือนหรือต่างจากคลิป "พุทธะอิสระ" อัดเสียงตอนคุย ผอ.จนฉาวไปทั่ว เปิดปมเจ้าอาวาสต้องญาติโยมศรัทธา ใช้กลไกรัฐผลักดันระวังเป็นเจ้าอาวาสขาลอย (ที่มา: http://shows.voicetv.co.th/overview/474861.html เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2560)

     ล่าสุด จากผลการหารือระหว่าง พระเทพรัตนสุธี (สมศักดิ์ โชตินธโร) เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี และ ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เมื่อยามบ่ายของวันที่ 27 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา


ที่มาภาพ: http://www.komchadluek.net/news/people/268247

โยมอย่าห่วง...ไว้ใจ “หลวงพ่อ”คุมวัดธรรมกายเอง

     จากผลการหารือดังกล่าว บทสรุปก็คือ เจ้าคุณสมศักดิ์ยังคงยืนยันว่า พระวิเทศน์ภาวนาจารย์ (สมบุญ  สมมาบุญโญ) อายุ 65 ปี พรรษา 32 วิทยาฐานะ นักธรรมเอก เปรียญธรรม 4 ประโยค เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายต่อไป โดยที่ตัวท่าน เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี จะดูแลกำกับควบคุมการบริหารจัดการภายในวัดเอง


     ท่านให้เหตุผลว่า เพราะโครงสร้างการบริหารจัดการวัดพระธรรมกายไม่เหมือนวัดอื่น ด้วยมีพระเป็นจำนวนพันรูป อุบาสก อุบาสิกาที่ปฏิบัติธรรมและเป็นเจ้าหน้าที่ในนั้นอีกมากมาย และทุกคนก็ล้วนแต่ศรัทธาพระธัมมชโยทั้งสิ้น การแต่งตั้งเจ้าอาวาสจากพระนอกวัด จึงอาจไม่ใช่หนทางแก้ปัญหาที่จะนำไปสู่ทางออกที่ดีงาม

     ที่วัดเขียนเขต (พระอารามหลวง) ตำบล บึงยี่โถ อำเภอธัญญบุรี จังหวัดปทุมธานี หากไปถามพระลูกวัดถึง หลวงพ่อสมศักดิ์เจ้าอาวาส  ก็คงได้รับคำตอบคล้ายๆ กันว่า ท่านเป็นพระผู้ใหญ่ที่ตื่นเช้า ทำวัตรสวดมนต์ตั้งแต่ตี 5 หลังจากนั้นก็ออกบิณฑบาตทุกวัน ถ้าฝนไม่ตก หรือไม่ติดกิจนิมนต์ ท่านค่อนข้างเคร่งครัดในพระธรรมวินัยมาก ในวันพระ ท่านมีมติว่า พระทุกรูปในวัดต้องลงปาติโมกข์ ท่านเป็นพระผู้ใหญ่ที่น่าเกรงขาม


ขอบคุณภาพจากสำนักข่าวเนชั่น

     พระลูกวัดท่านหนึ่งเล่าว่า เวลามีพระในวัดที่ขัดใจกัน ท่านเป็นพระผู้ใหญ่ที่ทำให้ความขัดแย้งนั้นจางคลายไป ท่านมีคำพูดที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายคลายความขัดแย้งกันได้ และทำให้ทั้งคู่กลับมาดูตัวเอง ซึ่งก็สะท้อนความเมตตาและปัญญาญาณของท่านที่มองเห็นว่า ควรจะพูดอะไรให้ทั้งสองฝ่ายคลายความขัดแย้ง

     การที่ท่านเป็นเจ้าคณะจังหวัด เป็นตำแหน่งที่รับผิดชอบสูง และต้องใส่ใจ ท่านต้องไปตรวจตราวัดในปกครองทุกวัน ซึ่งมีจำนวน 166 วัดมหานิกายในจังหวัดปทุมธานี และวัดพระธรรมกายก็ไม่เคยรอดพ้นไปจากสายตาและการดูแลของท่าน

     ท่านเจ้าคุณสมศักดิ์เป็นชาวบางยี่โถ จังหวัดปทุมธานีโดยกำเนิด บ้านอยู่ติดวัดเขียนเขต  บรรพชาเป็นสามเณรตั้งแต่อายุ 14 ปีที่วัดเขียนเขต จากการบวชเณรหน้าไฟให้โยมลุงเสียชีวิต

     "ตอนนั้นโยมพ่อก็บอก ขอให้บวชให้โยมลุงสัก  7 วัน พอบวชแล้วก็ไปอยู่ที่วัดกลางคลองสี่ อำเภอลำลูกกา จ.ปทุมธานี กับหลวงปู่ทองอินทร์ ​พระมงคลศีลาจาร (ทองอินทร์ เตชวุฒโฒ)

     หลังจากบวช 7 วันก็ยังไม่สึก เห็นพระเณรเรียนหนังสือก็ชอบ เลยเรียนอยู่ที่วัดนั้นต่ออีกหนึ่งพรรษา จากนั้นหลวงปู่ก็ส่งไปเรียนหนังสือที่วัดบางหลวง กับพระราชสุเมธาภรณ์ (มังกร กสฺสโป ป.ธ.7) เจ้าอาวาสวัดบางหลวง และอยู่กับ พระราชพุฒิเมธี(เทียน ฐานุตฺตโม) เจ้าอาวาสวัดบางหลวงรูปต่อมา  จนถึงปี 2513 อาตมาก็บวชที่วัดมูลจินดาราม จ.ปทุมธานี  โดยมี พระราชสุเมธาภรณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระมงคลศีลาจารย์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระเทพวุฒาจารย์(วิเชียร ธญฺญทินฺโน) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ พอบวชแล้วก็จำพรรษาอยู่ที่วัดมูลจินดาราม ช่วยงานหลวงพ่อ จนกระทั่งปี 2522 ที่วัดเขียนเขตว่างเจ้าอาวาส หลวงพ่อก็ให้ช่วยมาดูแลที่วัดนี้ ก็ดูแลวัดนี้มาเป็นลำดับ"


     สำหรับการภาวนา ท่านเล่าให้ฟังว่า ได้เรียนจากครูบาอาจารย์มาบางส่วน อีกส่วนคือ  ได้รับคำแนะนำจากหลวงพ่อสมเด็จพระพุทธชินวงศ์  (สมศักดิ์ อุปสโม) ส่งไปอบรมที่สำนักของท่าน ตามแนวทางสติปัฏฐานสี่

    “การอบรมกรรมฐานช่วยได้เยอะ ทำให้จิตใจมั่นคงขึ้น โดยเฉพาะเราเป็นพระก็ต้องอยู่กับกรรมฐานมากๆ หน่อย จะได้ไม่หลุดไปกับอารมณ์ หรือ ไม่วิ่งตามโลกภายนอก” 

     จากการภาวนาจนจิตใจสงบเย็นนี่เองที่เป็นบาทฐานสำคัญในการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งในคณะสงฆ์ และโดยเฉพาะกรณีวัดพระธรรมกาย ซึ่งท่านได้รับมอบหมายโดยตรงมาตั้งแต่ปี 2541 

     “อาตมาแก้ไขมาเป็นลำดับ ๆ ในส่วนคดีความ อาตมาไม่สามารถไปรู้ได้ แต่การปกครองเป็นอำนาจหน้าที่ที่ดูแลมาเป็นประจำ การศึกษาพระเณรเขาก็ดี เราก็ให้การสนับสนุน ทางโยมก็ไม่เข้าใจคิดว่า การทำงานของพระล่าช้า แต่กฎหมายคณะสงฆ์เป็นไปตามขั้นตอน จะให้เร็วอย่างชาวบ้านเป็นไปไม่ได้ พระเราทำงานต้องระวัง จะไปกล่าวหาใครว่าอาบัติอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่ได้ เพราะเราไม่รู้ว่าความเป็นจริงเป็นอย่างไร 

     "การปรับอาบัติก็ต้องรู้ว่า พระเป็นอาบัติ แต่ถ้าไม่รู้เราไปปรับอาบัติ เราก็จะเป็นอาบัติเสียเอง พระธรรมวินัยมีอธิบายไว้ละเอียดลออ ส่วนชาวบ้านจะว่าพระอย่างไรก็เป็นเรื่องของเขา ส่วนทางพระก็แก้ปัญหาไป ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์จะดีกว่า ”

     ดังนั้น การที่หลวงพ่อวัดเขียนเขต ท่านออกรับอย่างนี้ คือ ยอมที่จะเป็นผู้ดูแลวัดพระธรรมกายเอง ก็เหมือนพ่อแผ่อ้อมอกปกป้องลูกพระลูกเณรที่กำลังอกสั่นขวัญแขวน แม้จะไม่ถูกใจคนทั้งหลาย แต่ก็ถูกธรรมของผู้ปกครอง นั่นคือวิสัยผู้นำที่มีธรรมและมีเมตตา ยอมที่จะเอาตัวเป็นเกาะเป็นที่พึ่ง ยอมที่จะถูกด่า ถูกว่า แต่ก็ยึดธรรมเป็นหลัก



     จึงไม่น่าแปลกใจที่ท่านได้รับโล่เชิดชูเกียรติปูชนียบุคคล “200 ปี 200คนดีเมืองปทุม” ในปี 2558

     ปัจจุบันเจ้าคุณสมศักดิ์ อายุ 67 ปี 46 พรรษา ปธ. 5 ปริญญาเอก คณะสังคมศาสตร์ สาขาการจัดการเชิงพุทธ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กับผลงานมากมายที่ช่วยให้กิจการงานของคณะสงฆ์เดินหน้าไปสู่ความสงบเย็น เกื้อกูลให้พระเณรและฆราวาสญาติโยม ได้ศึกษาปฏิบัติธรรมตามแนวสติปัฏฐานสี่ อีกทั้ง ส่งเสริมงานด้านการศึกษา โดยมอบทุนการศึกษา พระภิกษุ สามเณร และนักเรียน นักศึกษา (ทุนต่อเนื่อง) มาโดยตลอด


ขอบคุณข้อมูล
1. http://www.komchadluek.net/news/people/268247
2. http://shows.voicetv.co.th/overview/474861.html (วันที่ 27 มีนาคม 2560)

โยมอย่าห่วง...ไว้ใจ “หลวงพ่อ”คุมวัดธรรมกายเอง...เหมือนพ่อแผ่อ้อมอกปกป้องลูกพระลูกเณรที่กำลังอกสั่นขวัญแขวน แม้จะไม่ถูกใจคนทั้งหลาย แต่ก็ถูกธรรมของผู้ปกครอง โยมอย่าห่วง...ไว้ใจ “หลวงพ่อ”คุมวัดธรรมกายเอง...เหมือนพ่อแผ่อ้อมอกปกป้องลูกพระลูกเณรที่กำลังอกสั่นขวัญแขวน แม้จะไม่ถูกใจคนทั้งหลาย แต่ก็ถูกธรรมของผู้ปกครอง Reviewed by Mali_Smile1978 on 00:56 Rating: 5

6 ความคิดเห็น:

รุ้งฟ้า ติดตามกันเยอะๆนะ กล่าวว่า...

กราบนมัสการพระเดชพระคุณหลวงพ่อเจ้าคณะจังหวัดปทุมฯใช่ครับงานพระศาสนาอาจจะไม่ถูกใจบางคนแต่..ถูกพระธรรมวินัยใช่เลย..กราบถวายเป็นกำลังใจให้หลวงพ่อยืนหยัดบนความถูกต้องขอรับ..นมัสการด้วยความเคารพครับ@@@

Pak Sheer กล่าวว่า...

..
ด้วยบุญจากการสวดธรรมจักรและการทำสมาธิ
ขอให้มีคนดีๆเข้ามานำความสว่างไสวให้กับพระพุทธศาสนา
ใครที่คิดร้ายกับวัดและพระพุทธศาสนา
ขอให้กลับใจ มาคิดดี ทำดี พูดดี เป็นสัมมาทิฏฐิ โดยเร็ว
ขอให้ทุกๆท่าน จงเป็นสุขๆเถิด อย่าได้มีเวรซึ่งกันและกันเลย
สาธุๆๆค่ะ

Fujiwara Takumi กล่าวว่า...

คนพาลราวีพระมิยอมเลิกลา ---ให้ร้ายพระพุทธศาสนาต่อเนื้อง---เร่งมาสวดธรรมจักรฯกันเนืองๆ---ขอ+บรมกุศลและสาธุชนสืบเนื้อง---ปกป้องรักษาพระพุทธศาสนา---******สาธุ นึกถึงหลวงปู่ด้วยใจใสๆ ด้วยบุญที่สวดธรรมจักรฯ และแผ่เมตตา ขอให้ผู้ที่ทำลายศาสนาพุทธกลับตัวกลับใจ ถ้ากลับไม่ได้ก็ขอให้แพ้ภัยตนเองไป อย่าได้มาเบียดเบียนกันเลย สาธุ

khanti.sorasjak กล่าวว่า...

น้อมกราบขอบพระคุณพระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ที่เมตตามาดูแล ปกครองวัดพระธรรมอย่างใกล้ชิด ภายใต้การทำหน้าที่รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ของท่าน
พระวิเทศภาวนาจารย์ (สมบุญ สัมมาปุญโญ)

Sama Sungkaew กล่าวว่า...

แต่งตั้งหรือไม่แต่งตั้งเจ้าอาวาสไม่ใช่ปัญหาของชาววัด เพราะในทางปฏิบัติ ลูกศิษย์ทั่วโลก ยังเคารพรักหลวงพ่อยิ่งกว่าเดิมอีกหลายเท่าเอย.

Niti Namsuwan กล่าวว่า...

สิ่งที่รัฐควรเร่งสร้างขณะนี้คือ ความเชื่อมั่น สร้างความปรองดอง และปลูกฝังจริยธรรม สร้างคุณธรรมเพื่อการพัฒนาสังคมและประเทศอย่างยั่งยืน การลดความขัดแย้งเป็นสิ่งที่สมควรยิ่งกรณีของวัดพระธรรมกาย ในเมื่อ พระไชยบูลย์ ธัมมชโย ก็มิได้อยู่ในวัด ในเมื่อไม่ว่าจะเป็นคำสั่งจากดีเอสไอ จากเจ้าคณะปกครองที่ส่งไปทางวัดพระธรรมกายก็ปฏิบัติตามทุกประการ

ยิ่งกว่านั้น บรรดาพระที่ถูกกล่าวหาก็เดินทางไป “ศาล” แทบทุกวัน

ความปั่นป่วนวุ่นวายอันเห็นได้จากข่าวก็มิได้มีจุดเริ่มต้นมาจากวัดพระธรรมกาย หากแต่มาจากปัจจัย “ภายนอก”

ไม่ว่าจะเรื่องของ “อาวุธสงคราม” ไม่ว่าจะเรื่องมีคนพยายาม “วางเพลิง” เผาหญ้า

พระเผด็จ ทัตตชีโว ซึ่งเป็นพระผู้ใหญ่ในวัดก็พร้อมปฏิบัติตามกฎหมายทุกประการ จะเคลื่อนไหวก็เพียงแต่ร่วมปฏิบัติศาสนกิจเท่านั้น

เสียงจากวัดพระธรรมกายจึงมีแต่เพียงเสียง “สวดมนต์” ไม่ว่าเจ้าคณะจังหวัด ไม่ว่าเจ้าคณะอำเภอ ไม่ว่าเจ้าคณะตำบล มีความเห็นตรงกันว่า ไม่มีปัญหาในเรื่องการบริหาร การปกครองภายในวัดพระธรรมกาย

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จะทำอย่างไร

เพราะว่าในเรื่องของการปกครองย่อมเป็นเรื่องของเจ้าคณะปกครอง เพราะว่าในเรื่องของการบริหารย่อมเป็นเรื่องของทางวัด

ขับเคลื่อนโดย Blogger.